ย่างก้าวของเรามันเต็มไปด้วยหินขรุขระ และรองเท้าของเรามันก็ยับเยินเกินกว่าจะปกป้องเท้าของเราได้
วันหนึ่งในขณะที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองเป็นมหา'ลัยปีสี่ ร่างกายผอมบักโกรก ไว้ผมทรงอะไรซักอย่างที่เพื่อนตัดค้างไว้เดือนนึงแล้วยังไม่มาตัดต่อเลย สมองหนักอึ้งเกินกว่าจะคิดอะไรเพิ่มเติม สิ่งที่อยากทำคือนอนต่อ นอนหลับให้ยาวนานไปเลย ไม่ต้องไขว่คว้าอะไรมากมายอีกต่อไป ไม่ต้องคิด ไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องห่วงเรื่องครอบครัว ไม่ต้องพะวงกับเรื่องเพื่อนและคนรอบข้าง หลับไปให้นานเท่านาน จนกว่าโลกนี้จะอวสานไป
แต่ส่วนลึกส่วนหนึ่งในสมองอันหนักอึ้ง คอยกระตุ้นเตือนอยู่ทุกวันว่า "มึงจงลุกขึ้นเถิด ลุกไปดิ้นรน ไปต่อสู้ ไปตอแหลกับสังคมที่มึงอยู่ ไปรองรับอารมณ์ทั้งดีและเสียของคนอื่นๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือ มึงต้องลุกขึ้นเพื่อทำตามความฝันของมึงยังไงล่ะ ฝันที่จะตีกลองตลอดไป ฝันที่จะเป็นนักดนตรี ถ้ามึงไม่ลุก มึงก็จงจบชีวิตชาตินี้อย่างห่วยๆเถอะ"
แล้วเราก็ต้องพาร่างกายที่ไม่ต่างจากซอมบี้ ไปปฏิบัติภารกิจต่างๆให้ฟื้นคืนเป็นมนุษย์
การไปเรียนเป็นเรื่องผิวเผิน ไม่สลักสำคัญอะไรของเราไปเสียแล้ว จะจบไม่จบก็ช่าง เขาให้มานั่งก็มานั่งวะ อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีอะไรทำไปวันๆ สิ่งสำคัญของเราอยู่ที่อื่นหวะ เก้าอี้ของเราไม่ใช่เก้าอี้ในห้องเรียนโว้ย!
ที่คิดหนักตลอดเวลาก็คือการเล่นดนตรี เรื่องเพลง เรื่องอนาคตเกี่ยวกับดนตรี เรื่องทำยังไงให้เก่งขึ้นซักที
ใช่ ! อันนั้นเรื่องใหญ่เลยหล่ะ!
วันไหนมีซ้อมจะตื่นเต้นดีใจมาก แต่ถ้าไปซ้อมแล้วเกิดเหตุเช่น เพื่อนมาไม่ครบ ติดต่อไม่ได้ ซ้อมไม่สนุก ก็กลุ้มอีก รู้สึกตัวเองห่วยก็กลุ้ม
จบทุกวันด้วยการครุ่นคิด คิดแต่เรื่องนี้มันแหละวะ บางทีไม่ได้นอนจนถึงเช้าเพราะคิดแต่เรื่องนี้
ร่างกายและสมองมันกำลังแย่ด้วยความห่วยของตัวเอง ความอยากเก่ง อยากพัฒนา ทำไมเราถึงเล่นไม่เก่งเอาขนาดนี้นะ ทั้งๆที่ซ้อมไม่เคยหยุด
ตอนนี้พยายามทุกอย่าง เพราะอยู่ในช่วงฟางเส้นสุดท้ายไงล่ะ ช่วงปีสี่นี่แหละ ต้องรีบไปถึงหนทางแห่งดนตรีให้เร็วที่สุดก่อนจะจบ เพื่อให้ชีวิตหลังจบไปแล้วจะได้ขึ้นชื่อว่า ชีวิตของนักดนตรีอาชีพ แล้วจะได้ตีกลองต่อไป ถ้าโดนสั่งให้หยุดต้องเป็นบ้าแน่ๆเลยหว่ะ
edit @ 2007/08/04 01:49:47